เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2007 วง Bluetree ได้ไปร่วมงาน "Pattaya Praise" ที่จัดโดยมิชชันนารีจาก Belfast ที่จังหวัดพัทยา พวกเขาแค่อยากไปรับใช้ และไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพัทยาเลย จนไปถึงก็ได้รู้ว่านี่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการค้าประเวณี เขารู้สึกเหมือนบรรยากาศได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่เมืองพัทยา คนในรถทัวร์เงียบกันหมด เมื่อได้เห็นสาวๆ ตามท้องถนน แม้เวลานั้นจะร้อนมาก เพราะเป็นเวลากลางวัน แต่กลับเหมือนความมืดมิดได้เข้ามาปกคลุมแล้ว
การเดินไปตามถนน และเห็นผู้หญิงที่แต่งกายน้อยชิ้น ต่างกับคนไทยทั่วไปที่แต่งตัวมิดชิด ก็ทำให้พวกเขาเริ่มโกรธ มองด้วยสายตามมนุษย์ เห็นคนแก่เดินจูงมือผู้หญิง เหมือนพ่อกับลูก มันง่ายที่จะโกรธและยากที่จะรับได้ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะไปตัดสิน พวกเขาได้แต่กัดฟันด้วยความโกรธ
พวกเขาอยู่ในงานสรรเสริญพระเจ้าที่ไม่ไกลไปจากแหล่งท่องเที่ยวนี้เท่าไหร่ ซึ่งจิตวิญญาณของงานต้องการจะนมัสการและเผยให้เห็นแสงของพระเจ้าในสถานที่ที่มืดมิดแห่งนี้ พวกเขาอยากจะเล่นให้มากกว่าที่ตารางได้จัดไว้ และเขาได้ไปพบเจ้าของบาร์แห่งหนึ่งที่ยอมให้เล่นเพลงนมัสการในบาร์ของเธอ ในเงื่อนไขที่ทีมมิชชันนารีที่มาด้วยกันจะต้องซื้อโค้กกันตลอดทั้งคืน เมื่อเดินเข้าไปในบาร์ กลางถนนก็เต็มไปด้วยหญิงสาวที่รอจะทำธุรกิจกันแล้ว ขณะเขาเริ่ม Set Up กัน ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ แต่เมื่อเข้าสู่การนมัสการที่คุ้นเคย ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น พระเจ้าเริ่มพูดกับพวกเขา และเขาก็เล่นเพลงที่ออกมาเองแบบไม่รู้ตัว ความจริงก็คือเมื่อคุณนมัสการในสถานที่ใดๆ คุณจะเริ่มเห็นหัวใจของพระเจ้าในสถานที่นั้น พระเจ้าจะบอกอะไรในสถานที่แบบนี้?
ตรงกลางในที่ที่เสื่อมทราม พระเจ้าบอกว่า "เราคือพระเจ้าของเมืองนี้ เราคือราชาของประชาชนเหล่านี้ และสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้จะมายิ่งไปกว่านี้ สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าจะยังคงต้องทำให้สำเร็จ ที่นี่" เพลงยังไม่เคยถูกเขียนมาก่อนหน้านี้ แต่เขากลับออกมาจากบาร์ที่เขานมัสการด้วยเพลงที่ตอนนี้ได้กลายเป็นชื่ออัลบัม "God of this City (Greater things)" เพลงนี้ไม่ใช่แค่สำหรับพัทยา มันเป็นเพลงสำหรับเมืองของคุณ และเป็นความจริง โดยความเชื่อ เราต้องคาดหวังสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ยังคงจะต้องถูกทำให้สำเร็จ
edit @ 24 Jun 2008 15:07:34 by king79

